คลังเก็บป้ายกำกับ: ดูบอลออนไลน์

คุยขำ ๆ กับเพื่อนคอลูกหนังว่าระหว่าง ปลดล็อกฟอร์มของ ชลบุรี กับ ปลดล็อกร้านเหล้า สิ่งไหนจะเกิดขึ้นก่อน

เกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้คำตอบแล้ว

เกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้คำตอบแล้ว หลัง ศบช. (ศูนย์บริหารฟอร์มการเล่น ชลบุรี เอฟซี) ที่มี สะสม พบประเสริฐ เป็นแม่ทัพ สามารถพาทีมหยุดสถิติเลวร้ายไม่ชนะใคร 5 เกมติดต่อกันลงจนได้

จากหายใจใกล้กับทีมโซนตกชั้น “ฉลามชล” กัด โปลิศ เทโรฯ หยิบสามแต้มสำคัญถีบตัวเองขึ้นมาอยู่กลางตารางได้สำเร็จ

แต่ใช่ว่าปลดล็อกปุ๊บ จะสบายใจเฉิบปั๊บ

อย่าลืมว่าไทยลีกซีซั่นนี้ห้ำหั่นกันทุก 3 วันแบบไม่หยุดพัก นั่นหมายความว่าตารางคะแนนพร้อมผันผวนขึ้นลงได้ทุกเมื่อไม่ต่างจากอารมณ์ของสตรีที่ประจำเดือนมา

การแข่งขันเหลืออีก 9 นัด ขณะที่ ชลบุรี มีคะแนนห่างจากเรดโซนเพียง 6 แต้ม เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า “ฉลามชล” ยังคงอยู่ในสถานะ “หนีตกชั้น”

อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ขวัญกำลังใจ การปลดล็อกชัยในนัดนี้ อาจเป็นสัญญาณคลาย “ความกดดัน” ที่ถาโถมใส่สตาฟฟ์ทีมและผู้เล่นได้บ้าง

ไม่ต้องให้หมอทวีศิลป์มาอธิบายก็พอเข้าใจว่า การลิ้มรสชัยชนะ เปรียบเสมือน “ยา” ช่วยเพิ่มความมั่นใจในระดับหนึ่ง

โอเคที่เกมเฉือน “มังกรโล่เงิน” ภาพรวมอาจตะกุกตะกัก แฟนบอลบางส่วนอาจไม่ปลื้มกับรูปเกมที่เหนื่อยลิ้นห้อยกว่าจะได้ 3 คะแนนมาบ้าง

แต่เอาจริง เวลานี้มองข้ามสิ่งเหล่านั้นไปเถอะ

ฟุตบอลไม่ใช่ยิมนาสติกลีลา นับคะแนนจากผลการแข่งขันหลังจบ 90 นาที ไม่ใช่ท่วงท่า ฉะนั้นไม่ต้องมองความสวยงามของรูปเกม ไม่ต้องมีปรัชญาฟุตบอลเท่ ๆ จ๊าบ ๆ อะไรแล้ว แค่ลงไปเล่นอย่างไรก็ได้ให้จบเกมแล้วคว้า 3 คะแนนก็พอ

จะใช้ดาวรุ่ง หรือนักเตะอายุ 40 ลงเล่นก็เชิญ ทำให้เต็มที่ ผู้บริหาร สตาฟฟ์โค้ช นักเตะ ต้องประสานมือร่วมแรงร่วมใจกัน

ทรัพยากรผู้เล่น ชลบุรี เอฟซี แม้จะไม่ได้มากด้วยซุป’ตาร์ เหมือนเหล่าบิ๊กทีม ทว่าพวกเขาก็ม่ใช่ทีมที่จะมาดิ้นหนีในโซนตกชั้นอะไรเทือกนี้

เกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้คำตอบแล้ว

งานของ ชลบุรี จากนี้คือการโฟกัส “เกมต่อเกม”

เริ่มต้นด้วยนัดหน้าที่จะบุกไปเยือน ทรู แบงค็อกฯ ของ ธชตวัน ศรีปาน ที่ไม่แพ้ใครมา 7 เกมติดและกำลังไล่ล่าหัวตาราง

อาจไม่ใช่งานง่าย แต่อย่างขี้เหร่ต้องควัก 1 แต้มออกมาจาก ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ให้ได้ นี่คือชอยส์บังคับ

เพราะหากไม่มีคะแนนในเกมถัดไป พวกเขาอาจลงมาจุ่มในโซนท้ายตารางเช่นเดิม

อีกทั้งโปรแกรมที่เหลือ “ฉลามชล” ยังต้องเจอกับทั้ง เชียงราย ราชบุรี บีจี ปทุมฯ การท่าเรือ สมุทรปราการ ทั้งหมดเป็นโซนลุ้นแชมป์ ที่ไล่ล่าตั๋วช้าง เอ้ย ตั๋วเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก

ใช่ … โปรแกรมโคตรยาก แต่ถ้าเซียนจริงก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ จะด้วยยุทธวิธีไหนก็ตาม

อย่างที่บอกข้างต้นไป แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้เป็นพอ

ทำให้เด็กมันดูหน่อยฮะ … โค้ชเตี้ย แทงบอลออนไลน์

หลายๆ คนเห็นรายชื่อผู้เล่นลิเวอร์พูลแล้วก็น่าจะคิดเหมือนๆ กันว่า “อะไรกันครับเนี่ยยยยย

สถานการณ์บังคับ

สถานการณ์บังคับ

สถานการณ์บังคับ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนเห็นรายชื่อผู้เล่นลิเวอร์พูลแล้วก็น่าจะคิดเหมือนๆ กันว่า “อะไรกันครับเนี่ยยยยย !!!????” เมื่อคล็อปป์จัดการเปลี่ยนตัวผู้เล่น

แทบจะทั้งหมด โดยใช้คู่เซ็นเตอร์เป็น แนท ฟิลลิปส์ คู่กับ รีส์ วิลเลี่ยม แบ็กขวาเป็นเนโกร วิลเลี่ยม ส่วนแบ็กซ้ายยังเป็นโรเบิร์ตสันเหมือนเดิม แดน

กลางก็ใช้ นาบี เกอิต้า เจมส์ มิลเนอร์ และจินี่ ไวนัลดุ้ม ส่วนแดนหน้าก็เหลือตัวจริงแค่โม ซาล่าห์ คนเดียว ที่เหลือเป็นชากิรี่ กับความหวังสูงสุดของชาว

เดอะ ค็อป ในเวลานี้อย่างดิโอโก้ โชต้า (ฮา)  ซึ่งถ้าว่ากันตามเหตุผลจริงๆ ก็เข้าใจได้ไม่ยากครับ เพราะว่าลิเวอร์พูลเอง มีศึกที่สำคัญกับทีมมากกว่า

อย่างศึก UCL ที่รออยู่กลางสัปดาห์ การจะไปทุ่มเทกับพรีเมียร์ลีกที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีลุ้นอะไรแล้วก็ดูจะไม่เข้าท่าซักเท่าไร แต่ก็นั่นแหละครับ

มันก็สุ่มเสี่ยงเหลือเกินที่จะทำลายสถิติอันเลวร้ายของลิเวอร์พูลกับรายชื่อผู้เล่นแบบนี้

ด้วยลูกสด หรือความแปลกใหม่มันก็ดีไปอย่างนึงล่ะครับ หรือจะว่ากันตรงๆ จากใจก็คือ เจอแบบนี้ก็ดีตรงที่มันก็ไม่ต้องไปคาดหวังอะไรมากนัก ก็

อาจจะดีไปอีกแบบเหมือนกัน (ฮา) เล่นไป เล่นมาก็ตามคาดล่ะครับ คือ ลิเวอร์พูลเองก็ออกแนวสะเปะสะปะอยู่พอสมควร แต่ด้วยลูกสดและความ

ตั้งใจก็ยังมีจัวหวะให้ลุ้นเล็กๆ บ้างจากโม ซาล่าห์ แต่ก็พลาดได้ประตูขึ้นนำไป เล่นไปเล่นมาฟูแล่มก็เห็นว่าลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรนักครับ

พวกเขาเริ่มทำเกมรุกเข้าใส่เจ้าบ้านและเป็นฝ่ายลุ้นแบบได้น้ำ ได้เนื้อกว่ากันเห็น ลิเวอร์พูลโดนบุก โดนสวนมาแต่ละที หัวใจนี่หล่นไปที่ตาตุ่ม  ไม่รู้ว่า

เจอกับฟูแล่มหรือแมนฯซิตี้กันแน่ (ฮ่าๆ) ลิเวอร์พูลทำเกมแทบไม่ได้ครับ เท่าที่เห็นก็มีแค่จังหวะลุ้นเล็กๆ จากจังหวะฟรีคิกของชากิรี่เท่านั้นเอง นอกนั้น

แทบนึกไม่ออกจริงๆ ว่าพวกเขาสร้างอันตรายให้กับฟูแล่มในจังหวะไหนกันบ้าง สุดท้ายความซวยก็มาเยือนจนได้ครับ เมื่อลิเวอร์พูลเสียเตะมุม และซา

ล่าห์ได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ ซึ่งซาล่าห์เองก็คงจะมองในมุมที่ว่าจะทำเกมสวนกลับยังไงอย่างที่เคยทำกันให้เห็นบ่อยๆ นั่นแหละครับ  แต่นั่นทำให้

เขามองไม่เห็นเลมินาที่อยู่ในมุมอับสายตาของเขาฉกเอาบอลไปได้ ซ้ำร้ายยังยิงเข้าซะมุมดิก !!!  ส่งให้ฟูแล่มขึ้นนำลิเวอร์พูลไปอย่างหน้าตาเฉย …..

สีหน้าโม  ผิดหวังมาก …. และทุกคนก็น่าจะคิดเหมือนกันล่ะครับ  ว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลจะกลับมาอีท่าไหนได้ล่ะเนี่ย

ว่ากันด้วยความรู้สึกจริงๆ ผมคิดว่าไม่น่าจะมีใครหวังล่ะครับ ว่าลิเวอร์พูลจะกลับมาได้ แต่พวกเขาก็ตั้งใจอยู่เต็มเปี่ยมครับ แต่ชั่วโมงนี้

อะไรๆ ก็ดูจะไม่เป็นใจกับพวกเขาจริงๆ ลูกยิงวอลเลย์ของดิโอโก้ โชต้าที่ยิงด้วยเท้าซ้ายแบบจังๆ ที่ถ้าเป็นเวลาปกติก็น่าจะเสียบตาข่ายไปแล้ว แต่อเร

โอลาก็ไม่รู้ไปกินกาวแท่งอะไรที่ไหนมา บินปัดไปได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งนักเตะและกองเชียร์ลิเวอร์พูลหน้าเหวอไปตามๆ กันครับ ว่าขนาดนี้แล้วยังไม่

ได้ประตูอีกเหรอ ???  จังหวะที่ทำท่าว่าจะท้อๆ นั้นภาพก็ตัดไปที่เครื่องบินเล็กครับ ที่แฟนส่งข้อความมาให้กำลังใจนักเตะและเจอร์เก้น คล็อปป์ด้วย

ข้อความที่ว่า UNITY IS STRENGH  แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า “สามัคคี คือ พลัง” อะไรประมาณนั้นล่ะครับ ซึ่งมันก็ส่งพลังให้นักเตะได้อยู่พอสมควร

เหมือนกันครับ ลิเวอร์พูล พยายามบดบี้ฟูแล่มอย่างเต็มที่ ด้วยการโยนบอลไปกดดันในเขตโทษ แต่ยังไม่ได้ผล คล็อปป์ส่งมาเน่ลงมาหวังเปลี่ยนเกม

แต่ชั่วโมงนี้ มาเน่เหมือนลืมเอาความคมไว้ที่ฤดูกาลก่อนครับ  เขามีโอกาสหวาดเสียวที่สุดคือจังหวะโหม่งย้อยๆ ทำท่าว่าบอลจะเข้าประตูอยู่แล้ว อเร

โอลาก็หมดสิทธิ์และได้แต่ชะเง้อมองไปแล้วแต่บอลเจ้ากรรมก็มาชนเสาไปเสียอีก คล็อปทุ่มหมดหน้าตักครับ กับการเปลี่ยนเอาเทรนท์ลงมา และเอา

ฟาบินโญ่ลงมาในแดนกลาง ข้อดีที่ได้เห็นจากเกมนี้คือพอฟาบินโญ่อยู่ในแดนกลางแล้ว จังหวะที่ลิเวอร์พูลตัดบอลได้จากกลางสนาม หรือจากใน

แดนของคู่ต่อสู้มีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ เลยครับ ส่วนเทรนท์เองก็พยายามเต็มที่แล้ว แต่ว่าสุดท้ายลิเวอร์พูลก็เอาชนะกองหลังของฟูแล่มไม่ได้  จบเกมด้วยการแพ้ไป 0-1 และทำสถิติแพ้คาบ้านติดต่อกันเป็นนัดที่ 6 เข้าไปแล้ว
และแน่นอนล่ะครับ เมื่อผลงานแย่แบบนี้ เสียงของความไม่พอใจ เสียงก่นด่าย่อมดังมากขึ้นเป็นธรรมดา บางคนก็ถึงกับว่าต้องการการเปลี่ยนแปลง

หรือเอาง่ายๆ คือ อยากไล่คล็อปป์ออกกันเสียแล้ว ….. อย่างที่ว่าล่ะครับ บางที …. นี่อาจจะเป็นบททดสอบที่ส่งมาทดสอบความเป็นแฟนลิเวอร์พูล

ของพวกเราก็ได้ เมื่อฤดูกาลก่อนเรายังเชิดชูกุนซือชาวเยอรมันคนนี้ราวกับเขาเป็นพระเจ้า และผมเชื่อว่าตอนนั้นทุกคนก็ยินดีปรีดากันชัยชนะที่เขานำ

มาให้เหล่าแฟนบอลกันทุกคนแน่นอนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เมื่อปัญหารุมเร้า ผลงานดำดิ่งแบบนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจมากกว่าครับ บางที “ความรัก”

มันก็ดูกันตอนที่ลำบากนี่แหละครับ ว่าเรารักกันมากแค่ไหน และพร้อมจะเดินฝ่าฟันความยากลำบากเหล่านี้ไปด้วยกันไหม ….. คิดถึงตอนมีความสุข

ด้วยกันครับ เราเคยยิ้ม หัวเราะ มีความสุขไปด้วยกัน วันนี้ถ้าเราจะทุกไปด้วยกันบ้างจะเป็นอะไรไป ….. วันนี้กุนซือคนนี้ต้องการกำลังใจครับ อย่าเพิ่งปล่อยมือกันไป ถ้าเรายังรักกัน  YNWA ครับทุกคน แทงบอลออนไลน์

ท่ามกลางกระแสไล่

ท่ามกลางกระแสไล่ ย่อมมีเสียงคัดค้าน ท่ามกลางกระแสต่อต้าน ย่อมมีแรงสนับสนุน และนี่คือเหรียญสองด้านของความคิดเห็นเรื่องการต่อสัญญาใหม่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 

มีประเด็นข่าวที่เกิดมาในช่วงนี้เกี่ยวกับเรื่องราวการต่อสัญญาของ Ole Gunnar Solskjaer ว่ากำลังจะได้รับสัญญาใหม่ที่มีมูลค่าราวๆ 10ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งผู้จัดการทีมวัย48ปีรายนี้ กำลังจะหมดสัญญาลงในช่วงจบฤดูกาล 2021/22 ซึ่งก็คือปีหน้านั่นเอง ว่ากันว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด เตรียมพร้อมที่จะคุยสัญญาใหม่กับเขาทันที โดยไม่เกี่ยวว่าปีนี้จะมีแชมป์ติดมือหรือไม่อย่างไร

ประเด็นนี้จริงๆแล้วมักจะถูกนำไปพาดหัวจนmisleadingอยู่บ่อยๆเช่นว่า “แชมป์ไม่จำเป็น” หรืออะไรบ้าง จนแฟนบอลtoxicบางส่วนก็เชื่อแต่หัวข่าวแล้วเข้าไปแบบนั้น แล้วก็นำไปด่ากันต่อว่า สโมสรเราทำทีมกันไปงั้นๆ ไม่ต้องเอาแชมป์ แค่ติดอันดับและได้เงินไปแชมเปี้ยนส์ลีกเรื่อยๆก็พอแล้ว ไม่ต้องลงทุนเพื่อเอาแชมป์

ในบริบทนี้มันไม่ใช่เรื่องราวเช่นนั้น แต่เป็นเรื่อง “การต่อสัญญา” กับโซลชาเป็นหลักๆแค่ว่า สโมสรต้องการจะเซ็นใหม่เพื่อขยับขยายสัญญาที่กำลังจะหมดปีหน้านั่นเอง

ท่ามกลางกระแสไล่

ดังนั้นประเด็นที่แท้จริงของการพูดคุยนั้น เราควรคุยกันในแง่ที่ว่า “การต่อสัญญากับโซลชานั้นเหมาะสมมากน้อยเพียงใด” หรือว่า “ดีพอหรือยังที่จะต่อ” และแม้กระทั่ง “เร็วไปไหมถ้าจะต่อสัญญา” ถ้าคุยกันด้วยประเด็นพวกนี้จึงจะดีกว่าที่จะไปโฟกัสเรื่องราวอื่นๆ

และบทความข้างล่างนี้ศาลาผีไม่ได้เขียนเอง แต่ผมเรียบเรียงและแปลออกมาจากarticleต่างประเทศที่มีชื่อว่า “The two sides to Ole Gunnar Solskjær’s potential contract extension” หรือ เหรียญสองด้านของการต่อสัญญา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งเขียนโดยมุมมองที่แตกต่างกันจากนักเขียนสองคนจาก Andrew Delaney และ Arion Armeniakos ตามลำดับ

บทความนี้น่าจะดีกับแฟนผีทั้งสองฝ่าย เพราะตอนนี้ก็เสียงแตกกันพอสมควรในเรื่องที่ว่า เราจะสนับสนุนโซลชาหรือไม่ หรือว่าอยากจะให้เปลี่ยนผู้จัดการทีม ซึ่งก็เป็นความคิดเห็นที่อยู่แตกต่างกันคนละฝั่ง และบทความนี้เป็นการรวบรวมมุมมองที่มองต่างกัน บทความแรกนำเสนอความเห็นในด้านไม่เห็นด้วย ในขณะที่อีกบทความแสดงความเห็นซัพพอร์ตอย่างชัดเจน

 

ผู้อ่านสามารถอ่านแล้วคิดตามไปกับความคิดเห็นของตัวเองได้เลย แต่ในฐานะผู้แปลอยากจะบอกว่า นี่เป็นarticleที่ดีทั้งสองบทความ เพราะมันเต็มไปด้วยเหตุผลสนับสนุนและหักล้างกันทั้งสองฝ่าย บนพื้นฐานของหลักตรรกะคิดที่ดีทั้งคู่

เพียงแค่ต้องการนำเสนอว่า เวลาเชียร์บอลก็อย่ามุ่งความเห็นไปด้านใดด้านหนึ่ง พยายามคิดให้ครบทุกมิติ เพราะในบรรดาเรื่องดี มันก็มีเรื่องแย่ และสิ่งที่แย่มันก็มีความดีอยู่ในนั้นเช่นกัน ไม่มีสิ่งใดขาวไปเลยหรือดำไปเลยอย่างเดียว ของทุกอย่างเหรียญมันมีสองด้านเสมอ

และนี่คือสองบทความความเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าว ขอเชิญอ่านกันได้เลย แล้วจะเห็นด้วยกับบทความไหนก็แล้วแต่ หรือจะเห็นด้วยทั้งสองบทความเหมือนผู้เขียนนี่ก็ได้ไม่ว่ากัน

 

เหรียญด้านที่หนึ่ง

“เร็วไปมั้ยที่จะต่อสัญญาใหม่?”

โอเล่ กุนนาร์ ทำผลงานได้ดีในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนับตั้งแต่มารับงานในเดือนธันวาคมปี2018 ที่เป็นเผือกร้อนซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาในทีมมากมายไม่ว่าจะเป็นนักเตะอายุเยอะที่ค่าเหนื่อยสูงลิบลิ่ว และปัญหาส่วนตัวของการขาดความมั่นใจ และขาดความฟิตของนักเตะในทีม ซึ่งในความเป็นจริงคือความสามารถของทีมโดยรวมนั้น “ต่ำกว่ามาตรฐานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด” อย่างมาก

ในระยะเวลาแค่สองปี เขาเคลียร์ปัญหาเหล่านี้ออกไป โดยการปล่อยตัวอเล็กซิส ซานเชส, แอชลีย์ ยัง, มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน และก็คริส สมอลลิ่ง แล้วนำเอาตัวที่สดกว่า ดีกว่า และมีความกระหายมากกว่าเข้ามาทดแทนอย่างเช่นบรูโน่ แฟร์นันด์ส, อารอน วานบิสซาก้า และแฮรี่ แมกไกวร์เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการทำการค้าที่ฉลาดและสมเหตุสมผลแทบจะทุกดีล ต่างจากเมื่อก่อนที่แมนยูไนเต็ดต้องซื้อนักเตะด้วยการจ่ายเงินที่มากเกินเหตุสำหรับนักเตะบางคน แต่โซลชาทำงานได้ดีเยี่ยมมากในการสร้างทีมใหม่ขึ้นมาที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

 

จุดที่ดีที่สุดนั้นเขาได้มีการพัฒนานักเตะบางคนที่ถูกตัดหางปล่อยวัดและทอดทิ้งให้ฟอร์มตกมาจากผู้จัดการคนก่อน ซึ่ง ลุค ชอว์ คือตัวอย่างที่ดีอย่างไม่มีอะไรกังขาอีกต่อไปในเรื่องนี้ จากการที่ไม่สามารถควบคุมการดูแลตัวเองและปล่อยให้ร่างกายอ้วนฉุเพราะoverweightสำหรับนักฟุตบอล แถมนำมาใช้งานไม่ได้ในสนาม กลับกลายเป็นนักเตะที่เพอร์ฟอร์มดีระดับน้องๆของเพอร์ฟอร์มของบรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่เพิ่งย้ายเข้ามาเลย

การคืนชีพขึ้นมาของชอว์ในครั้งนี้นั้นมีส่วนมาจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชาค่อนข้างมาก ตามที่ฟูลแบ็ครายนี้เมนชั่นถึงผู้จัดการทีมของเขาในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าโอเล่สำคัญมากๆในการกลับสู่ฟอร์มของเขา

แบ็คซ้ายวัย25ปีกกล่าวว่า “เขาช่วยผมอย่างมากในสนาม แต่มันมีส่วนมากยิ่งกว่านั้นอีกเพราะนี่คือหนึ่งในสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการลงสนามของผมอย่างยิ่ง ซึ่งมันมาจากวิธีการที่เขาดูแลนักเตะ เขารู้ว่านักเตะต้องการอะไรบ้าง”

มันคือการยกย่องอย่างสูงจากชอว์ และเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงทักษะวิธีการบริหารบุคลากรของโซลชา มันสามารถชุบชีวิตอาชีพนักฟุตบอลของคนๆนึงที่ดูเหมือนเกือบๆจะหันหลังให้กับฟุตบอลไปแล้วในหลายปีที่ผ่านมา

 

งานนอกสนามของเขาส่วนใหญ่ทำได้ดีมากๆ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีข้อสงสัยเรื่องฝีมือการคุมเกมในสนามอยู่เช่นกัน แน่นอนว่ายูไนเต็ดดูตื่นเต้นภายใต้ยุคของโซลชา ทำให้แฟนบอลดูแล้วรู้สึกดีใจที่เห็นทีมมีความหวังเช่นนั้นในหลายๆครั้ง แต่ว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้มันก็ผ่านไปแล้ว ฟอร์มการเล่นของทีมโดยรวมอาจจะพูดได้ว่า ปีนี้ดูจะมั่นคงและแน่นอนกว่าซีซั่นที่ผ่านมาเล็กน้อย แต่ใครที่ดูแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดลงแข่งอยู่ทุกๆสัปดาห์นั้นก็จะเห็นชัดว่า แต่ละนัดก็มีประเด็นที่แตกต่างกันอยู่เป็นประจำ

มีหลายๆเกมที่ต้องพึ่งพาการแบกทีมของแฟร์นันด์ส, แรชฟอร์ด หรือ ป็อกบา ไม่งั้นเกมนั้นก็เจ๊งบ๊งไปเลย ซึ่งนี่ไม่ใช่ประเด็นปัญหาของทีมเราที่นานๆจะต้องเป็นแบบนั้นสักที (พึ่งพาการแบกทีมของตัวแบก) แต่นี่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นทุกนัดจนเป็นเรื่องปกติแล้ว

 

ปัญหาอื่นที่ยูไนเต็ดของโซลชาเจออีกก็คือการเจาะทีมรับต่ำ(low blocks) นี่ก็ยังเกิดขึ้นอยู่ตลอดอย่างบ่อยครั้งเช่นกัน สำหรับเกมเค้าท์เตอร์แอทแท็คนั้น แมนยูไนเต็ดทำได้ดีมากเหมือนพวกชั้นนำในยุโรปอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่เมื่อใดก็ตามเจอทีมรับต่ำขึ้นมาครั้งใด ทีมเราดูจะเล่นได้ช้ามากๆ บ้อท่า และดูไม่ค่อยมีลุ้นมากๆ

การเน้นยึดติดอยู่กับการใช้กลางคู่โดยไม่ต้องพะวงกับคู่แข่งนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น และดูเหมือนกับว่าทีมจะขาดคุณภาพในการcoaching ที่ทีมระดับท็อปๆทั้งหลายส่วนใหญ่เขาจะหาวิธีเจาะทีมประเภทจอดรถบัสได้ทั้งนั้น

การเปลี่ยนตัวระหว่างเกมของโซลชานั้น มีทั้งเปลี่ยนแล้วโดนจุด กับเปลี่ยนแล้วไม่ได้ผลทั้งคู่ และการตัดสินใจสำหรับการเลือกตัวของเขามักจะทำให้คนดูงงงวยอยุ่เสมอ เช่นว่า ในเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมา ทำไมโอเล่ถึงคิดว่ามันเป็นเกมที่เหมาะสมและถูกต้องแล้วในการพักสองนักเตะที่ดีที่สุดของทีมไว้บนม้านั่ง พอๆกับคอมเม้นของเขาที่เหมือนจะไม่ได้ต้องการจะเอาแชมป์ถ้วยนี้ด้วย

จริงอยู่ว่าเรากำลังจะจบซีซั่นด้วยการมีคะแนนเยอะกว่าปีก่อนๆ แต่ว่านักเตะเหล่านี้จะรู้และเข้าใจวิธีการพาทีมเป็นแชมป์ได้อย่างไรในอนาคต ถ้าไม่พยายามจะให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาติของการเป็นแชมเปี้ยนบ้างเลยสักรายการ

 

มีข่าวลือมากมายว่าโซลชาจะได้รับการต่อสัญญาใหม่ และส่วนตัวของต้นทางผู้เขียนบทความนี้ เขาคิดว่านี่เป็นการเทคแอคชั่นที่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่จากบอร์ด เพราะโซลชาเองนั้นไม่ได้มีสโมสรอื่นๆติดต่อเข้ามาจะแย่งชิงตัวไปคุมทีมแต่อย่างใด แถมด้วยเรื่องที่ว่า ถึงจะมีใครอยากได้ตัวเขาไปคุมทีมก็ตามมันก็เป็นไปไม่ได้อีก เพราะนี่คือ “dream job” ของโซลชาเองด้วยซ้ำ เพราะงั้นเขาไม่มีทางไปไหนอยู่แล้ว

การจะมาเซ็นสัญญาใหม่เพื่อผูกมัดเขาให้อยู่ต่อไปนั้นเหมือนกับการที่สโมสรและบอร์ดนั้น “ไล่ต้อนตัวเองเข้ามุมธง” ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นและพวกเขาก็ไม่อยากถูกบีบให้เป็นเช่นนั้นด้วย ผู้เขียนบทความนี้คิดว่าเราควรที่จะรอดูไปก่อนและค่อย “ประเมินซ้ำอีกครั้ง” ในปีหน้า

ตัวผู้เขียนนั้นห่างไกลมากจากการพยายามไล่โอเล่ให้โดนปลด แต่ถึงกระนั้นก็ยังสงสัยในใจอยู่เช่นกันว่า โซลชาจะพาทีมไปได้ไกลถึงระดับไหน และจะไปได้ตลอดรอดฝั่งโดยไม่มีอะไรเกิดปัญหาหนักจริงๆหรือไม่ ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นของบทความชิ้นนี้ว่าเรามองเห็นโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำผลงานที่ดีเยี่ยมมากๆแล้วกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

กุญแจสำคัญคงอยู่ที่การหาใครสักคนที่ดีพอจะสานต่องานอันยอดเยี่ยมนี้จากโซลชาได้ถ้าจะหาผู้จัดการทีมใหม่ และผู้เขียนก็หวังว่าเขาจะคิดผิด และโซลชาจะคุมทีมต่อไปได้

 

เหรียญอีกด้านหนึ่ง

“สโมสรออกมาแสดงถึงการซัพพอร์ตโซลชาถูกเวลาไหม?”

การขยายสัญญาช่วงกลางฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งเฮดโค้ชแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าคาดหวังให้เกิดขึ้นเลย เพียงเพื่อที่หวังจะให้การต่อสัญญานี้มันเกิดเป็นเรื่องดีๆและ “สปาร์ค” กระตุ้นอะไรบางอย่างที่เป็นเรื่องพิเศษๆแก่เหล่านักเตะและผู้จัดการทีมเท่านั้น การได้สัญญาใหม่ก่อนที่ของเก่าจะหมดลงนั้นมันเป็นเหมือนการรับรองขั้นสุดยอดที่จะบอกว่าคุณจะได้ทำงานนั้นสานต่อไปอีกยาวๆ กับลูกทีมและสตาฟฟ์ที่อยู่ในปัจจุบันบนแผนงานของคุณนั่นเอง

ประเด็นสำคัญเรื่องนึงที่มีการพูดคุยถกเถียงในเรื่องของความคิดเห็นมากๆนั่นก็คือ เรื่องการเป็นผู้จัดการทีมที่เข้ามาคุมทีมได้ดีที่สุดนับตั้งแต่หมดยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันที่วางมือลงไปจากบัลลังก์

 

จริงๆเราไม่ควรเอาผู้จัดการปัจจุบันไปเปรียบเทียบกับผู้จัดการที่ดีที่สุดตลอดกาลสักเท่าไหร่ แต่ว่าหากว่าดูแบบคร่าวๆถึงบอลลีกของป๋าในทุกๆฤดูกาลช่วงยุคที่เป็นพรีเมียร์ลีกแล้วนั้น ความสำเร็จของป๋าถูกสร้างขึ้นบนสิ่งที่เรียกว่า “ความมั่นคง” เป็นหลัก โดยเขามีสูตรความสำเร็จที่ยั่งยืนมาก และยูไนเต็ดก็ไม่เคยจบต่ำกว่าอันดับสามเลยในยุคพรีเมียร์ลีก

ถึงแม้ว่าโซลชาจะยังไม่เคยชูถ้วยใดๆเลยก็ตาม แต่เขาคือผู้จัดการทีมคนแรกในยุค post-SAF ที่สามารถนำ”ความเชื่อ”(belief) กลับมาได้ว่า แมนยูของเรา”ยังไม่ตาย”

 

การพ่ายแพ้ในรอบรอง4ครั้ง และรอบ8ทีม1ครั้ง ยังคงเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของเขาอยู่ แต่บางทีแล้วเส้นทางที่ไม่ราบเรียบเหล่านั้นก็เป็นเหมือนอุปสรรคที่จะนำพาไปสู่ “บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น” ก็เป็นได้

หนึ่งในสถิติที่น่าเหลือเชื่อก็คือ ผู้จัดการในยุคหลังป๋านั้นไม่มีใครสามารถจบท็อปโฟร์ได้อย่างต่อเนื่องได้เลย จากขาประจำแชมเปี้ยนส์ลีก ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่ไม่ใช่ขาประจำ และขึ้นๆลงๆในเกมบอลถ้วยยุโรปของยูฟ่า ไม่ว่าจะเป็นเดวิด มอยส์/หลุยส์ ฟาน กัล หรือ โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเหล่านี้ไม่มีทำให้แน่ใจได้เลยว่าแมนยูไนเต็ดจะได้ไปเล่นถ้วยไหนในซีซั่นหน้า

สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไป เมื่อโซลชาพูดออกมาว่า การคว้าถ้วยรางวัลรายการประหลาดๆเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นตัวป้อน “อัตตา” แก่ผู้จัดการทีมซะมากกว่าที่จะ”สะท้อน” การพัฒนาก้าวหน้าของสโมสรอย่างแท้จริง ซึ่งที่โซลชาพูดส่วนหนึ่งมันก็ถูก และก็คล้ายๆกับที่พวกนักข่าวต่างๆทวีตประโยคพวกนี้

คุณลงเล่นเพียงแค่10เกมเท่านั้นเองในการแข่งขันบอลถ้วยเหล่านี้ เพียงเพื่อที่จะคว้าชัยชนะได้จากช่วงการลงแข่งสั้นๆ แต่ว่าพอได้แชมป์แล้วยังไงต่อ? ถึงจะได้พวกแชมป์ถ้วยทั่วๆไปเหล่านี้ แต่ว่าฤดูกาลนั้นคุณจบอันดับ8 แล้วปีหน้าจบอันดับ10 แต่ว่าได้แชมป์ถ้วยพวกนั้น

อย่างนั้นยังจะเรียกว่า “progress” (เจริญก้าวหน้า)อีกมั้ย? หรือเป็นสัญญาที่ดีในอนาคตหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ความฟินจากการประสบ”ความสำเร็จในระยะสั้น”ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของ”ความล้มเหลวระยะยาว”

ส่วนหนึ่งของโซลชาที่พูดถึงเรื่องการคว้าพวกถ้วยเหล่านั้นในแนวทางนั้น มันก็ถูกจริงๆ

 

สำหรับผู้จัดการรายนี้แล้วจริงๆเราจะพูดถึงเขายังไงก็ได้แล้วแต่คน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ เขาไม่เคยนำอัตตามาใช้ที่นี่ ด้วยวัฒนธรรมการเชียร์บอลของแฟนสมัยนี้นั้น ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์รายนี้ได้รับการยอมรับเรื่องการเข้ามาพยายามแก้ปัญหาให้กับสโมสรที่เขารัก ซึ่งยักษ์หลับอย่างเรามีบาดแผลเกิดขึ้นมามากมายจากผู้คนหลายๆคนที่ไม่ได้มีสโมสรนี้อยู่ในมโนสำนึก และอยู่ใน”หัวใจ”อย่างแท้จริ

ถึงโซลชาจะยังไม่มีถ้วยใดๆติดมือเลยก็ตาม แต่คุณก็รู้สึกได้ว่าเรากำลังก้าวไปสู่สิ่งนั้นอยู่ จากประเด็นการคว้าแชมป์ที่มันดูจะแย้งๆกันเองจากประโยคของโซลชานั้น เขามักจะพูดอยู่บ่อยๆว่า ถ้าหากว่าคุณชนะในลีกได้ประจำแล้วนั้น เดี๋ยวพวกถ้วยแชมป์ทั้งหลายมันก็จะตามมาเอง เพราะความสำเร็จมันจะมาพร้อมกับ”ความมั่นคง” เป็นหลัก และนั่นแหละจากที่ผู้จัดการรายนี้ว่าเอาไว้ว่า การเจริญก้าวหน้าที่แท้จริงนั้นมันจะสะท้อนออกมาจาก “ตำแหน่งในลีก” มากกว่า ซึ่งเป็นการลงแข่งขันหลักๆที่คุณจะสามารถพิสูจน์ทีมได้ผ่านการเล่นในทุกๆสัปดาห์ให้เราเห็นตลอด “38ครั้ง” ในเกมลีก

แมนยูไนเต็ดแพ้เพียงแค่สี่ครั้งเท่านั้นในลีก นับตั้งแต่”กุมภาพันธ์ปี2020″ อย่างไรก็ตามพวกเขาพลาดเสมอก็เยอะเช่นกัน ซึ่งก็เป็นตามนั้นจริงๆอยู่นั่นแหละ แต่โซลชา แก้ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอทันทีด้วยการทำการค้าที่แน่นอนในการลงตลาดนักเตะ การชนะต่อเนื่องตลอดซีซั่นให้ได้นั้น คือวิธีที่ดีที่สุดในการวางรากฐานความสำเร็จที่ยั่งยืน มากกว่าชัยชนะแค่เป็นครั้งคราว

 

ท้ายที่สุดแล้ว การจะชนะคาราบาวคัพได้(อย่างที่แฟนบางคนคาดหวัง) แต่ทีมจบอันดับ6ในลีกงี้ มันอาจจะยังไม่ดีพอสำหรับที่นี่ และก็ไม่ใช่สิ่งที่สโมสรแห่งนี้ควรจะอยู่ในตำแหน่งเช่นนั้น ซึ่งfactก็คือผู้จัดการทีมระดับบิ๊กเนมต่างๆในอดีตต่างก็ทำไม่ได้ แต่โซลชากำลังสร้างสถิติการติดท็อปโฟร์ต่อเนื่องกันให้กับทีมได้ ซึ่งเป็นสิ่งแรกๆที่เขาพูดออกมาหลังจากถูกถามว่าจุดมุ่งหมายในการทำทีมอยู่จุดไหน

อันดับสามในฤดูกาลแรกที่ได้คุมทีมแบบเต็มๆ และกำลังเดินเครื่องการันตีอันดับสองอยู่ในขณะนี้นั้น โซลชาต้องการที่จะรักษาเสถียรภาพของเรือลำมหึมาลำนี้ และคุมหางเสือพาเรือไปในทิศทางถูกต้องอย่างที่มันควรจะเป็น เพื่อมุ่งไปสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปกว่านี้ จากที่ผู้จัดการทีมสองคนสุดท้ายพาทีมจบเกือบๆจะกลางตารางและกลายเป็นสถิติส่วนตัวใหม่ของพวกเขาที่ไม่เคยเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

โซลชาแก้ปัญหาเรื่องนโยบายซื้อขาย, เคลียร์พวกdeadwood(นักเตะที่ไม่มีประโยชน์ และหมดแล้ว)ออกจากทีม, ปลุกผีทีมอะคาเดมี่และสร้างความสดใหม่ สร้างทีมใหม่ขึ้นมาด้วยการผสมผสานนักเตะเวิร์ลคลาส กับพวกดาวรุ่งที่มีฝีเท้าดีไว้ใจได้ เข้ามาร่วมอยู่ในทีมตลอดสองปีที่ผ่านมา

 

ด้วยทรัพยากรในทีมที่จำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่งของเขา โซลชาสามารถประสบความสำเร็จใหญ่ๆได้ แม้ว่าจะยังไม่มีถ้วยมาตั้งในตู้โชว์ ตอนนี้สโมสรเรารู้สึกปลอดภัยและมั่นคงมากกว่าเดิม ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในช่วงสิบปีให้หลัง และก็เป็นเวลาที่จะเริ่มขยับต่อในก้าวต่อไป

เกิดสัญญาณในแง่บวกต่างๆที่แฟนบอลต้องการ และการเล่นของทีมก็ดีขึ้นแม้ว่ายังไม่สม่ำเสมอเพียงพอ ผลการแข่งขันทุกอย่างก็ดูดีขึ้น อันดับในลีกกระเตื้องขึ้น

แม้ว่าทีมจะยังไม่มีคุณภาพเชิงลึกที่มากพอจะกลับมาอยู่ในจุดที่เป็นสถานะ “เครื่องจักรสังหารล่าถ้วยแชมป์” เหมือนเช่นเหมือนก่อน แต่ยูไนเต็ดก็ขึ้นมาอยู่ในสถานะผู้ท้าชิงในระดับแนวหน้าได้แล้ว

 

สิ่งนั้นคือการก้าวในลำดับถัดไป การมอบสัญญาใหม่โซลชาและสนับสนุนเขาอย่างสุดกำลัง น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่แมนยูไนเต็ดควรทำในซัมเมอร์นี้ เขาคือคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่สำหรับสโมสรแห่งนี้ เขาพาทีมกลับมาสู่รากเหง้าของสโมสร และกลับมาในจุดที่ควรอยู่ และทำให้แฟนๆกลับมาเชื่อได้อีกครั้ง ทั้งๆที่ไม่เคยได้นักเตะเป้าหมายแรกจากตลาดนักเตะมาเข้าทีมเลย

ขณะเดียวกันโซลชาเองก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่เหมือนที่คนอื่นๆมี แต่เขาก็พิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นโค้ชที่มีความสามารถทั้งเรื่องในและนอกสนามยิ่งดีกว่านั้นขึ้นไปอีกซึ่งจะพาให้เราไปได้ไกล แทงบอลออนไลน์

ปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ ไปแล้ว สำหรับ ไทยลีก

ปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ
ปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ ไปแล้ว สำหรับ ไทยลีก 2020-2021 ซึ่งวันนี้เราจะมาตามหาความเป็นที่สุดกันเสียหน่อย … ไปชมกันว่าจะถูกใจแฟนบอลกันหรือไม่

ฤดูกาลที่ยาวนานที่สุด

410 วัน นี่คือสถิติของไทยลีก ซีซั่นนี้ ซึ่งเปิดฉากในวันแห่งความรัก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก จนลามเข้ามาในไทย ทำให้ต้องหยุดพักตั้งแต่เกมที่ 4 ก่อนที่จะมีการประชุมระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย, บ.ไทยลีก จำกัด และสโมสรสมาชิก

ในเวลานั้นสโมสรสมาชิกลงเสียงให้กำหนดวันแข่งขันวันที่ 12 ก.ย.63 และเมื่อกลับมาหวดกันใหม่ ปรากฏว่า โควิด ระลอก 2 กลับมาอีก คราวนี้ต้องขยับโปรแกรมให้จบแบบด่วนจี๋ จึงเป็นเหตุให้ไทยลีกจบไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา และถ้ารวมจบศึกเอฟเอ คัพ 2020 วันที่ 11 เม.ย.นี้ เท่ากับว่าจะใช้เวลาไปถึง 424 วัน

ปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ

“แรบบิท”คว้าแชมป์เร็วสุด

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ ไทยลีก เร็วสุดในประวัติศาสตร์ หลังจบเกมที่เปิดบ้านไล่เชือด สุโขทัย เอฟซี 2-0 เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่เหลือโปรแกรมอีกถึง 6 นัด ทำลายสถิติของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำไว้ก่อนจบฤดูกาล 4 นัด เมื่อปี 2011 ลงอย่างราบคาบ

แม้ในเกมสุดท้ายพวกเขาจะออกไปปราชัยให้กับ “กิเลนผยอง” 0-1 จนพลาดการเป็นทีมที่ 3 แห่งการเป็น “แชมป์ไร้พ่าย”ต่อจาก เอสซีจี เมืองทองฯ ปี 2012 และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปี 2015 แต่ในปีนี้ ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสร บีจี ทำให้เห็นว่าเขาเอาจริงกับทีมในการเสริมผู้เล่นมากแค่ไหน

เสียประตูน้อยในประวัติศาสตร์

การคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาจารึกบทใหม่ ในฐานที่ไทยลีกมีเพียงแค่ 16 ทีมเท่านั้น เพราะพวกเขาเสียประตูน้อยที่สุดเพียงแค่ 13 ลูกเท่านั้น ทำลายสถิติเดิมที่ ชลบุรี เอฟซี ทำไว้ในปี 2008

สถิติของ “ฉลามชล” เกิดขึ้นในยุคที่พวกเขาต้องป้องกันแชมป์ในไทยลีก แต่แล้วในซีซั่นดังกล่าวกลับทำไม่ได้ เนื่องจากโดน การไฟฟ้า อยุธยา ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปได้ แต่ว่า ชลบุรี เอฟซี ก็เสียน้อยสุดแค่ 14 ประตูเท่านั้น ก่อนจะมาโดน “เดอะ แรบบิท” ทำลายกำแพงนี้ลงได้สำเร็จ

“เขี้ยวสมุทร”เบิ้ล 2 สถาบัน

เป็นอันว่าดาวยิงสัญญายืมที่มาจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมทุกอณู โดย บาร์รอส ทาเดลลี กดไปถึง 25 ประตู ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของผลประตูรวมที่ทีมทำได้ในปีนี้ 58 ลูก จนจบที่ 7 ของตาราง แม้ว่าจะอันดับไม่ดีอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

ทว่าสิ่งหนึ่งที่ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือญี่ปุ่นพัฒนาทีมก็คือ การแจ้งเกิดของ “เทพแอสซิตส์” อย่าง เจริญศักดิ์ วงศ์กรณ์ ที่ทำไป 14 ลูกด้วยกัน เหนือกว่าดาวเตะต่างชาติอย่าง วานเดอร์ หลุยส์ จอมทัพของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ สตีเวน ลองจีล แนวรุก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เสียอีก

ลงครบทุกเกม

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กัปตันทีม นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และ นิติพงษ์ เสลานนท์ แบ็คขวาจอมเติมเกมระดับทีมชาติไทย ของ การท่าเรือ เอฟซี เป็น 2 ผู้เล่นเท่านั้นที่ลงสนามครบทั้งหมด 30 เกม เหนือสิ่งอื่นใดยังไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามแม้แต่เกมเดียว

2700 นาทีของพวกเขา ทำให้ทีมประสบความสำเร็จไม่น้อย โดยโคราชจบอันดับ 9 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับสร้างสถิติไม่แพ้ใคร 7 เกมติดต่อกัน ส่วนเจ้าท่าก็ได้ไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 รอบแบ่งกลุ่ม ครั้งแรกในรอบ 57 ปีของการก่อตั้งสโมสร รวมทั้งไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ของโทรฟี่นี้ ปี 2022 ในฐานะที่ 3 ของตาราง

ดาวซัลโวไทยประวัติศาสตร์

ฟิลิป โรลเลอร์ กลายเป็นดาวซัลโวคนแรกที่ทำประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่เป็น “ลูกครึ่ง” หลังจากกดไป 15 ประตู แต่กลับโดนริบ 1 เม็ด เหลือแค่ 14 ลูก เพราะ บ.ไทยลีก จำกัด ไม่ให้ลูกที่สองที่เขาทำได้ ในเกมที่ออกไปชนะ สมุทรปราการซิตี้ ถึงถิ่น 3-1

โดยทีมที่เขาสามารถยิงแบบไปกลับได้ ประกอบด้วย ตราด เอฟซี กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นปีที่ดีมากๆของกัปตันทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี รายนี้ อีกทั้งยังพาสโมสรก้าวไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 เป็นหนแรกอย่างยิ่งใหญ่

“สุมัญญา”ยิงเร็วที่สุด

วันที่ 25 ต.ค.63 ได้จารึกอีก 1 สถิติขึ้นมาใหม่ในวงการฟุตบอลไทย หลังจาก สุมัญญา ปุริสาย ใช้เวลาเพียงแค่ 14 วินาที ในการส่งบอลเข้าไปซุกก้น

ตาข่ายให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด บุกไปออกนำ สุโขทัย เอฟซี 1-0 ก่อนทีจะจบด้วยการเอาชนะไปได้ 3-2

นั่นเป็นสถิติที่เทียบเท่ากับ ดาเนียล คอร์เตส แข้งชาวบราซิลที่เคยทำไว้สมัยเล่นให้กับ เพื่อตำรวจ ในปี 2013 ด้วยเวลา 14 วินาที และอยู่ในอันดับ 3 ของประวัติศาสตร์ที่ทำไว้ได้

เปลี่ยนแข้งนอกเยอะที่สุด

ชื่อของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่ใช้ผู้เล่นต่างชาติเยอะที่สุด เริ่มจาก 4 เกมแรก จอง แจ ยอง, อันเดรส ตูเญซ, ริคาร์โด บูเอโน่ และ แบร์นาร์โด้ คูเอ

สต้า ที่ทำผลงานไม่เข้าตา ทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ พวกเขาเสริม เรนาโต้ เคลิช, มาร์โก เชโปวิช, จิดี้ คานยุค, อัคบาร์ อิสมาตูลาเยฟ เข้ามาสู่ทีม

สุดท้ายก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ทำให้ตัดสินใจ “โละยกแผง” ก่อนดึง ดิเกา, ซามูเอล โรช่า, ไมคอน โบลต์ และ แบรนด์ดอน โอนีล เข้ามา รวมทั้งโควตา

อาเซียนอย่าง อ่อง ธู แม้ว่ารายแรกสุดจะเล่นแค่ 2 นัด ก่อนเจ็บยาว แต่แข้งที่เหลือก็ช่วยกันพาทีมเข้าป้ายรองแชมป์ไทยลีก จนมีลุ้น เอฟเอ คัพ ที่รอบ 8 ทีมจะเปิดบ้านซัด เอสซีจี เมืองทองฯ วันที่ 3 เม.ย.นี้ แทงบอลออนไลน์

ผ่าทางตันดาวยิงตัวใหม่บาร์ซ่า

ซัมเมอร์ปีนี้
ซัมเมอร์ปีนี้ บาร์ซ่า กำลังมองหากองหน้าตัวใหม่ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในโปรเจคต์สำคัญที่จะทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอมอยู่ต่อ แต่ใครล่ะคือคนที่มีโอกาสย้ายเข้ามามากที่สุด ?

ประเด็นเรื่องกองหน้าตัวใหม่ในฤดูกาลหน้าของ บาร์เซโลน่า จนถึงเวลานี้ก็ยังหาความชัดเจนไม่ได้เสียทีนะครับว่าจะเอาอย่างไร

ล่าสุดก็มีข่าวออกมาจากทาง สปอร์ต ว่าพวกเขาหันกลับไปให้ความสนใจในตัวของ เซร์คิโอ อาก้วยโร่ ‘กุน’ อีกครั้ง

ตกลงแล้ว มันยังไงกันแน่ ?

ฮาลันด์, กุน, เดปาย  ใครดี ? ไม่สิ ! ต้องถามว่า ใครที่เป็นไปได้มากที่สุด ?

กรณีของ ฮาลันด์ มีข่าวยืนยันจากบทสัมภาษณ์ของ มิโน่ ไรโอล่า ว่า ดอร์ทมุนด์ ไม่ได้ต้องการขาย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ คงไม่ง่ายแน่

ถ้ามองพลิกไปอีกมุมว่า ‘เสือเหลือง’ เหยียบเท้ากันกับ ไรโอล่า ออกข่าวมาแบบนี้เพื่อต้องการดันราคาให้สูงขึ้นอีก ก็เห็นว่า บาร์ซ่า ควรจะต้องถอยได้แล้ว เพราะลำพังราคาเดิมที่เรียกกันเวลานี้ก็แทบจะเอื้อมไม่ถึงแล้ว ซึ่งมันจะทำให้สโมสรยิ่งเป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น และส่งผลร้ายในระยะยาว

ถ้ามองว่าการพลาด ฮาลันด์ จะทำให้ เมสซี่ ไม่เชื่อใจสโมสรเพราะมองไม่เห็นถึงโปรเจคต์อันทะเยอทะยาน ก็ต้องวางแผนกันใหม่ เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็ไม่ได้ระบุว่าสโมสรจะต้องซื้อ ฮาลันด์ เท่านั้นถึงจะยอมอยู่ต่อ

ซัมเมอร์ปีนี้

ย้อนกลับไปที่ อาก้วยโร่ ‘กุน’ ที่กลับมามีข่าวอีกครั้ง

คนนี้ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมกับ เมสซี่ ซึ่งไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่า เมสซี่ จะยินดีต้อนรับหรือไม่ หากแต่การอิงแค่ความพึงพอใจของ เมสซี่ เพียงอย่างเดียว มันถูกต้องหรือเปล่า ?

แล้วสิ่งที่สโมสรต้องการจริงๆล่ะ ?

‘กุน’ ไม่ใช่โปรเจคต์แห่งอนาคต แต่เป็นโปรเจคต์ระยะสั้น

เอามาแล้ว เผลอๆ ซัมเมอร์ 2022 ต้องหาใหม่ และที่สำคัญคือ แม้จะฟรี แต่ถ้า บาร์ซ่า จะเอา กุน ให้ได้ ก็จะต้องยื่นข้อเสนอที่ดีให้ สัญญาที่ยื่นคาดว่าอย่างต่ำต้องมี 2 ปี เผลอๆ อาจถึง 3 เพราะเวลานี้ก็มี ยูเวนตุส ขยับเข้ามาเป็นคู่แข่ง

2 ปี ยังพอไหว แต่ 3 ปี ถือเป็นภาระผูกพันที่ไม่ควรก่อ อายุกำลังจะ 33 แล้ว ไม่ควรต้องจ่ายเยอะในเวลาที่ไม่สามารถใช้งานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ถ้า ‘กุน’ ยอมรับสัญญา 1 ปี นั่นคือวิเศษมาก สโมสรคว้าตัวได้โดยไม่ลังเล แต่มันยากมากที่ดาวยิงแมนฯซิตี้จะยอมรับข้อเสนอนี้

จาก กุน มาถึง เดปาย คนนี้ราคาสบายกระเป๋า ค่าเหนื่อยไม่โหด ไม่เสียค่าตัว อายุการใช้งานยังเหลืออีก 5 ปีสบายๆ  แถมยังเป็นนักเตะที่ โรนัลด์ คูมัน ชอบ

ดังนั้นแล้วซื้อมาได้ใช้งานแน่ ส่วนเล่นดีหรือไม่ดีว่ากันอีกเรื่อง หากแต่แนวโน้มก็น่าจะออกมาดี เพราะทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาในทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่ง คูมัน รู้วิธีการใช้งาน เดปาย แน่ และตัวนักเตะเองก็รู้ว่า คูมัน ต้องการอะไรจากเขา

มองดูแล้วเป็นดีลที่เหมาะสมที่สุด ทว่าดันมีข่าวลือออกมาว่าในห้องแต่งตัวของ บาร์ซ่า ดูจะไม่ยินดีต้อนรับ เดปาย นัก หรือพูดง่ายๆว่าไม่ต้องการให้ย้ายมา (รวมถึง ไวจ์นัลดุม ด้วย)

เช่นนี้แล้ว มันจะเป็นปัญหาในภายหลังหรือเปล่า ?

ข่าวลือ ยังไม่อาจยืนยันได้ อาจไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีไป  แต่หากว่ามันเป็นจริงขึ้นมา บรรยากาศพาลเสียหมด ทีนี้ล่ะปัญหาใหญ่ !

ว่าแต่ที่ไล่มา คนนั้นก็มีข้อเสีย คนนี้ก็มีข้อด้อย ตกลงแล้วบอร์ดบริหารของ บาร์ซ่า ควรเดินเกมแบบไหนดี ?

เอาจริงๆ เรื่องอนาคต เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าจุดไหนคาดเดาได้ชัดเจนแน่ๆว่าไม่ดี ก็ควรหลบเลี่ยง

เช่นการซื้อ ฮาลันด์ เรื่องนี้ไม่ต้องเดาเลยว่า บาร์ซ่า จะต้องควักเงินก้อนมหาศาล และมันเหนื่อยแน่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้

ไม่ใช่ ฮาลันด์ ไม่เก่งนะครับ ผมก็มองว่าคนนี้เก่งมาก แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง มันทำให้นึกถึงประโยคที่พูดกันบ่อยในยุคนี้ว่า “ไม่ไหวอย่าฝืน”

 

ส่วน ‘กุน’ อันนี้ก็พอวัด(ดวง)ได้ ความเสียหาย หรือเม็ดเงินที่ต้องควักจ่าย ไม่ได้อยู่ในวิสัยที่ก่อความวอดวายให้สโมสร แต่ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้เหมือนกันว่า ปล่อย หลุยส์ ซัวเรซ ออกไปเพื่ออะไร ? ถ้าจะเอากองหน้าที่อายุไล่เลี่ยกันเข้ามา

กับ เดปาย คนนี้ไม่ทำร้ายเศรษฐกิจ แต่อาจทำร้ายสปิริต

ทั้งนี้หาก 3 คนยังไม่ลงตัว ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องจำกัดวงอยู่แค่นี้ บาร์ซ่า ยังสามารถมองหาตัวเลือกอื่นๆในตลาดได้ ซึ่งเชื่อว่ามีอยู่ไม่น้อย

คนนึงที่คิดว่าควรจะหันกลับไปพิจราณาอีกครั้งก็คือ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

คนนี้เทียบกับ ฮาลันด์ แล้ว ถูกกว่าแน่นอน ราคาอยู่ในระดับ 70 ล้านยูโร ทั้งยังเชื่อขนมกินได้เลยว่าค่าเหนื่อยไม่มีทางถึง 30 ล้านต่อปีแน่ๆ ความเก่งก็เห็นกันแล้วว่าอยู่ในระดับที่เล่นให้ บาร์ซ่า สบายๆ

เมสซี่ เคยออกปากชมความสามารถของเขา นั่นแสดงว่าหากหมอนี่ย้ายมา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเข้ากับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้

อายุการใช้งานยาวนาน เพราะอายุเพิ่ง 23 เป็นโปรเจคต์ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไม่ต้องสงสัย

เอ่ยมานี่ ถือว่าคุณสมบัติของ เลาตาโร่ นั้นตอบโจทย์หมดทุกข้อเลย

เหลือข้อเดียวเท่านั้นคือ อินเตอร์ จะยอมขายมั๊ย ? แทงบอลออนไลน์

วิเคราะห์บอล อลาเบส – บียาร์เรอัล

AlavesAlaves

Alaves ฆาเบียร์ กาเยฆา ไม่มี อินญีโก้ กอร์โดบา, รูเบน ดูอาร์เต้ กับ โรดรีโก้ เอลี่ สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่ ฟลอริย็อง เลอเชิน กับ มานูเอล อาเลฆาน

โดร การ์เซีย ซานเชซ พ้นโทษแบนหวนคืนสู่ทีม ด้าน หลุยส์ รีโอฆา หรือ ฟากุนโด้ เปยีสตรี้ พร้อมสลับลงสนาม ส่วน เดย์แวร์ซอน คอสต้า, เอ็ดการ์ เมนเดซ, เปเร่ ปอนส์ หรือ บอร์ฆา ซาอินซ์ ยังเป็นสำรอง

ลูกัส เปเรซ จะลงเล่นกองหน้าคู่ โฆเซ่ หลุยส์ ซานมาร์ติน มาโต้ โฆเซลู จะเล่นหน้าเป้า แดนกลางมี โฆเซ่ อิ๊กนาซิโอ เปเลเตยโร่ โฆต้า, มานูเอล อาเล

ฆานโดร การ์เซีย ซานเชซ, โตมาส ปีน่า, หลุยส์ รีโอฆา ลงทำเกม ส่วน มาร์ติน ปาดีย่า, อัลเบร์โต้ โลเปซ, ฟลอริย็อง เลอเชิน, ชีโม่ นาบาร์โร่ จะลงคุมแดนหลัง โดยมี ดาเนียล ปาเชโก้ เฝ้าเสา

Villarreal

อูไน เอเมรี่ ไม่มี เปร์วีส เอสตูปินญาน กับ บีเซนเต้ อีบอร์ร่า สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ด้าน ฟรานซิสโก้ อัลกาเซร์, เอเตียนน์ กาปู, ราอูล อัลบิโอล, รูเบน เ

ปนญ่า, มานูเอล ตรีเกโรส, ฆวาเม่ กอสต้า หรือ รามีโร่ ฟูเนส โมรี พร้อมสลับลงสนาม ส่วน ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, เฟร์นานโด นินโญ่ หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ยังเป็นสำรอง

รูเบน เปนญ่า, ฟรานซิสโก้ อัลกาเซร์, เคราร์ด โมเรโน่ จะลงเล่นแนวรุก แดนกลางมี มานูเอล ตรีเกโรส, เอเตียนน์ กาปู, ดาเนียล ปาเรโฆ ลงทำเกม ส่วน

ฮวน ฟอยธ์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, ฆวาเม่ กอสต้า จะลงคุมแนวรับ โดยมี เซร์คิโอ อาเซนโฆ เฝ้าเสา

11 players as expected

Alaves (4-4-2) : ดาเนียล ปาเชโก้ – มาร์ติน ปาดีย่า, อัลเบร์โต้ โลเปซ, ฟลอริย็อง เลอเชิน, ชีโม่ นาบาร์โร่ – โฆเซ่ อิ๊กนาซิโอ เปเลเตยโร่ โฆต้า, มานู

เอล อาเลฆานโดร การ์เซีย ซานเชซ, โตมาส ปีน่า, หลุยส์ รีโอฆา – โฆเซ่ หลุยส์ ซานมาร์ติน มาโต้ โฆเซลู, ลูกัส เปเรซ

Villarreal (4-3-3) : เซร์คิโอ อาเซนโฆ – ฮวน ฟอยธ์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, ฆวาเม่ กอสต้า – มานูเอล ตรีเกโรส, เอเตียนน์ กาปู, ดาเนียล ปาเรโฆ – รูเบน เปนญ่า, ฟรานซิสโก้ อัลกาเซร์, เคราร์ด โมเรโน่

สนาม : เอสตาดิโอ เด เมนดีซอร์โรซ่า, บีตอเรีย – กาสเตอีซ

ผู้ตัดสิน : อาเดรียน กอร์เดโร่ เบก้า

คืนวันพุธ ที่ 21 เมษายน 2564 แทงบอลออนไลน์

ไก่เฮประเดิมเมสัน ปราบ นักบุญ ช่วงเวลาท้ายๆ 2-1

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษไรอัน เมสัน กุนซือชั่วคราวประเดิมคุมทีมนัดแรกด้วยการพา สเปอร์ส เปิดบ้านเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 โดยได้ประตูชัยจากจุดโทษในนาทีสุดท้ายของ ซน ฮึง-มิน

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สเปอร์ส 2 – เซาธ์แฮมป์ตัน 1

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

เกมเริ่มต้นในนาทีที่ 10 เมื่อโมฮัมเหม็ดซาลิซูพลาดโดนแกเร็ ธ เบลแล้วเหยียบส้นเท้าให้โจวานีลูเซลโซ่ (โจวานีโลเซลโซ่) หมุนไปทางซ้าย บอลตกลงไปอีก สามนาทีต่อมาวิสุทธิชนเกือบจะมาถึงประตูของเจมส์วอร์ด –

ปราส เปิดบอลยาวในแนวรับสเปอร์สไปถึงทีมวอล์คเกอร์ – ปีเตอร์สและช่วยฮูโก้โลริสก่อนที่กองหลังเจ้าบ้านจะเขียนสกอร์ใหม่เป็น 0-0 เกมมาถึงครึ่งชั่วโมงแรกเจมส์วอร์ด – ปราส เตะมุมให้ Danny Ings (แดนนี่อิงส์) โหม่ง

โหม่ง บอลไปชนเสาอย่างสวยงามให้เซาแธมป์ตันขึ้นนำ 1-0 ในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก Zersch Urier เล่นเกมและเปิดบอลให้ซอนฮุง – มินลูคัสมูร่าพุ่งออกไปในแนวทแยง แต่บอลไม่ข้ามเส้นผมเชื่อว่าในตอนท้าย

ของครึ่งแรก สเปอร์สในเกมเปิดบ้านเสมอเซาแธมป์ตัน 0-1 ยังไม่ถึงช็อตในภาพเลย ในช่วงต้นของครึ่งหลังนาทีที่ 53 แกเร็ ธ เบลดึงเท้าซ้ายเข้ามา ก่อนจะหาจังหวะยิง แต่การเดินตรงไปยังร่างของ Alex McCarthy นั้นง่ายที่จะยอมรับ

นาที 60 สเปอร์ส ตีเสมอจนได้ ซน ฮึง-มิน แต่งบอลให้ ลูคัส มูร่า ได้ซัดติดบล็อกแนวรับนักบุญ บอลกระฉอกมาเข้าทาง แกเร็ธ เบล ได้ตั้งป้อมปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย ทำให้เจ้าบ้านตีเสมอเป็น 1-1

ก่อนเข้าสู่15นาทีสุดท้าย โจวานี่ โล เซลโซ่ จ่ายบอลออกข้างมาให้ เรกีลอน ได้ตบกลับเข้ามาตรงกลาง และเป็น ซน ฮึง-มิน ได้วิ่งเข้ามาแปร บอลเสียบเสาตุงตาข่ายทันที แต่ทว่าผู้ตัดสินออกไปดูวีเออาร์แล้ว ไม่ให้ประตู เนื่องจาก ลูคัส มูร่า อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และขวางผู้รักษาประตู

นาที 86 สเปอร์ส ได้จุดโทษจากจังหวะที่ เซร์คิโอ เรกิลอน ได้ซัดบอล แต่โดน มูสซ่า เฌเนโป ไปเปิดปุ่มใส่ ผู้ตัดสินให้ใบเหลือง และผู้ตัดสินวีเออาร์ส่งสัญญาณมาในสนามว่าเป็นจุดโทษ และเป็น ซน ฮึง-มิน รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ สเปอร์ส แซงนำ 2-1

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม สเปอร์ส แซงชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 เป็นการคว้าชัยประเดิมการคุมทีมนัดแรกของ ไรอัน เมสัน

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

  สเปอร์ส : อูโก้ โยริส, แซร์ช โอริเยร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เอริค ดายเออร์, เซร์คิโอ เรกีลอน, โจวานี่ โล เซลโซ่, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่, ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน, แกเร็ธ เบล

เซาธ์แฮมป์ตัน : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่, ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, ยาน เบดนาเร็ค, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, โมฮัมเหม็ด ซาลิซู, ธีโอ วัลค็อตต์, เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์,  สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, นาธาน เทลล่า, แดนนี่ อิงส์, เช อดัมส์ แทงบอลออนไลน์

สเปอร์สแถลงแต่งตั้งเมสันคุมชั่วคราวจนกระทั่งจบฤดูกาล

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แถลงรับรองแต่งตั้ง ไรอัน เมสัน รับหน้าที่เฮดโค้ชทีมชุดใหญ่ชั่วคราว ในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ประกาศไล่ออก โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วก็ทีมงานสต๊าฟฟ์อีก 4 คน ออกจากตำแหน่งทั้งหมดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และได้บอกให้ทราบว่า เมสัน ซึ่งเป็นโค้ชทีมเยาวชน ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ลงซ้อมในวันเดียวกัน

ล่าสุด สเปอร์ส ออกคำอธิบายการันตีให้ เมสัน รับหน้าที่คุมทีมชั่วคราวในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ เริ่มจากเกมพรีเมียร์ลีกที่เปิดสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน วันพุธนี้ ต่อด้วยเกมสำคัญ รอบชิงแชมป์ คาราบาวคัพ พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม เวมบลีย์ ในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน
“ภายหลังการจากไปของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในขณะนี้เราขอยืนยันว่า ไรอัน เมสัน จะรับหน้าที่หัวหน้าโค้ชชั่วคราวในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ ไรอัน จะร่วมงานกับ คริส พาวล์ และ ไนเจล กิ๊บบ์ส ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าโค้ชชั่วคราว และ มิเชล ฟอร์ม ในฐานะโค้ชผู้รักษาประตูชั่วคราว เลดลี่ย์ คิง ก็จะรับหน้าที่เดิมต่อไปคือผู้ช่วยโค้ชทีมชุดใหญ่”
ด้าน แดเนียล เลวี่ ประธานสโมสร กล่าวว่า “เรามีความเชื่อมั่นอย่างมากในทีมชุดนี้ที่เต็มไปด้วยนักเตะที่มีความสามารถ เรามีรอบชิงแชมป์บอลถ้วย และอีก 6 เกมที่เหลือของพรีเมียร์ลีกรออยู่ข้างหน้า ตอนนี้เราจะทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในฤดูกาลนี้ให้ได้ดีที่สุด”