คลังเก็บป้ายกำกับ: รับทำ SEO

3 กลยุทธ์ใน Facebook ที่นักการตลาดควรใช้

Facebook เป็น Social Media ที่คนในประเทศไทยใช้เป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว ด้วยตัวเลขที่ผู้ใช้มีมากกว่า 40 ล้านผู้ใช้ในตอนนี้ ทำให้ Facebook นี้เป็นเครื่องมือที่นักการตลาดใช้เป็นเครื่องมือหลัก ๆ

Facebook

เพื่อที่จะสามารถทำการตลาดบน Face book ได้มีประสิทธิภาพ ก็ต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็เป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับนักการตลาดที่ต้องทำ เพราะเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ

1. สร้าง Warm Lead จาก Cold Lead : ก่อนอื่นสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่า Cold Lead และ Warm Lead ต้องอธิบายกันเล็กน้อย เพราะนี้เป็นแนวคิดในการทำการตลาดที่ B2B ใช้เป็นส่วนใหญ่ โดย Cold Lead คือกลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักหรือสนใจแบรนด์คุณมาก่อน และ Warm Lead คือกลุ่มคนที่รู้จักและเริ่มปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์คุณแล้ว ดังนั้นการที่จะสร้าง Warm Lead จาก Cold Lead นั้น เราจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Lead Nurturing

ที่มาจาก https://www.fieldboom.com/blog/how-to-qualify-leads/
ที่มาจาก https://www.fieldboom.com/blog/how-to-qualify-leads/

กระบวนการสร้าง Lead Nurturing ที่จะทำ Warm Lead จาก Cold Lead เริ่มจากการเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายใน Cold Lead นั้นเป็นใคร ใช้ชีวิตอย่างไร มีพฤติกรรมแบบไหนและอะไรที่เป็นปัญหาหรือความกังวลใจของกลุ่มนี้ที่แบรนด์เราจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาได้ หลังจากนั้นคือการสร้างเนื้อหาที่จะเข้าไปจับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายนี้ผ่านโฆษณาหรือวิธีการประชาสัมพันธ์อื่น ๆ  โดยสร้างช่องทางให้ติดต่อหรือปฏิสัมพันธ์กลับ ซึ่งเมื่อกลุ่มดังกล่าวจะปฏิสัมพันธ์กลับนั้นจะกลายเป็น Warm Lead ได้อย่างทันที

2. ทำการสร้าง Offer : อีกวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจคือการสร้าง Offer ให้กับกลุ่มคน Cold Lead เลย หรือสร้างการปิดการขายโดยทันที โดยไม่ให้ข้อมูลอะไรนอกจากสิทธิพิเศษใน Offer นั้นเลย ซึ่งวิธีการนี้ไม่ต่างอะไรจากการที่แจกใบปลิวลดราคาให้กลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งเค้าสามารถจะกลายเป็นลูกค้าได้ทันทีถ้าสนใจในสินค้าลดราคาที่ทำการนำเสนออยู่

ที่มา Ignite Social Media
ที่มา Ignite Social Media

ทั้งนี้นักการตลาดอาจจะสร้าง Offer ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สนใจขึ้นมาได้ โดยการทำโฆษณาแบบ Offer ให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความชอบในสิ่งที่คุณทำขึ้นมา หลังจากนั้นทำการ Retargeting คนกลุ่มนี้ด้วยสิทธิพิเศษต่าง ๆ หากมีความสนใจใน Offer นั้น ๆ แต่ยังไม่ได้ซื้อขึ้นมา ด้วยวิธีการนี้จะทำให้คุณได้ลูกค้าขึ้นมาอย่างทันที

3.  ใช้ลูกค้าเก่าให้เป็นประโยชน์ : สิ่งหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากในการทำการตลาดบน Face book คือกลุ่มคนที่ซื้อสินค้าของคุณไปแล้ว เพราะกลุ่มลูกค้าเก่านี้มีสิทธิ์ที่จะมาซื้อสินค้าของคุณอีก ถ้าสินค้าของคุณให้ประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานหรือใช้บริการ ดังนั้นการขายให้กับคนกลุ่มนี้ไม่ต้องใช้การเล่าเรื่องหรืออธิบายมากว่าทำไมต้องมาซื้อคุณ เพราะลูกค้าเองต่างเข้าใจและตัดสินใจในการใช้สินค้าและบริการของคุณไปแล้ว

ที่มา Clickable

อ่านเพิ่มเติม 3 กลยุทธ์ใน Facebook ที่นักการตลาดควรใช้

การ ตลาดออนไลน์ คืออะไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ตลาดออนไลน์ คือ การทำการตลาดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วโลก หรือเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า แถมการตลาดออนไลน์ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ในเรื่องพนักงานขาย การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่อ

ตลาดออนไลน์

การทำการตลาดออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น
มี keyword ของสินค้าที่กระสับและน่าสนใจ
ควรมีรูปภาพของสินค้าประกอบด้วย เพื่อเรียกความสนใจและน่าดึงดูดของสินค้า
ควรเพิ่มวีดิโอและอธิบายสรรพคุณของสินค้านั้นให้ละเอียด
มีการโฆษณา หรือ รีวิวสินค้าด้วยบุคคลที่เป็นที่รู้จักในโลกอินเตอร์เน็ต

ข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์
ได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก
ราคาของการตลาดออนไลน์มีต้นทุนต่ำกว่าการตลาด การโฆษณาและประชาสัมพันธ์แบบอื่น
การตลาดออนไลน์ช่วยให้เจ้าของกิจการประหยัดงบ และค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานขาย
การตลาดออนไลน์สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง สามารถปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นใหม่ๆ

ข้อเสียของตลาดออนไลน์
การตลาดออนไลน์มีต้นทุนต่ำ  ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงขึ้น
การที่จะทำให้กิจการเป็นที่รู้จักต้องมี connection มากในการโฆษณาให้คนรู้จัก
การที่จะทำให้ร้านได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค ต้องอาศัยเวลา รวมถึงรีวิวจากลูกค้าที่เป็นส่วนสำคัญ เพราะการขายสินค้าในอินเตอร์เน็ต อ่านเพิ่มเติม การ ตลาดออนไลน์ คืออะไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

7 ขั้นตอนการสร้างอินโฟกราฟิก

 การนำเสนอข้อมูล ในรูปแบบ Infographic กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะ Infographic ทำให้ผู้อ่านสามารถรับรู้ข้อมูลได้รวดเร็ว และเข้าใจง่ายจากการแปลงข้อความมากมายให้ออกมาเป็นภาพ วันนี้จึงมาแนะนำ 7 ขั้นตอนในการทำ Infogaphic ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย สวยงาม และยังสามารถรับรู้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย

การนำเสนอข้อมูล

1.ทำความเข้าใจจุดประสงค์ในการทำ

ในการทำ Infographic เป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้จัดทำจะต้องเข้าใจจุดประสงค์ในการจัดทำ ซึ่งควรตอบคำถามนี้ให้ได้ว่า ทำไมต้องทำ ทำเพื่ออะไร และนำเสนอที่ไหน เพื่อเป็นการวางขอบเขตให้กับรูปแบบหรือหน้าตา Infographic ที่นำเสนอออกมา

2.วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การรับรู้เนื้อหาแตกต่างกันด้วย ดังนั้น ผู้จัดทำจึงต้องออกแบบหน้าตา Infographic ให้เหมาะสมกับการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนที่มาฟังเนื้อหาการสอน อาจจะต้องออกแบบให้มีสีสันที่ดึงดูดใจ ให้สายตาอยู่กับเนื้อหาได้นาน

3.กำหนดหัวข้อ และรวบรวมข้อมูล

เมื่อรู้ว่าเราทำไปทำไม เพื่อใคร และนำเสนอที่ไหนแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการกำหนดหัวข้อที่ต้องการจะนำเสนอ เราควรกำหนดหัวข้อที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนใดไม่เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องนำมาแสดงด้วย

4.จัดลำดับข้อมูล

เมื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้แล้ว ลำดับต่อมาคือการนำข้อมูลมาจัดลำดับว่าข้อมูลใดควรนำเสนอ ก่อน-หลัง ข้อมูลใดสำคัญที่สุด และสำคัญรองลงมา หรือข้อมูลใดควรนำเสนอก่อน

5.สร้างสตอรี่

อีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญ และหลายๆ คนมักจะมองข้าม คือการค้นหาวิธีการเล่าเรื่อง การทำ Infographic ที่ดี จะต้องสร้างสตอรี่ หรือค้นหาวิธีการนำเสนอข้อมูลเหล่านั้นให้เข้าใจง่าย และน่าสนใจ เช่น ต้องการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบริษัท เราอาจจะนำเสนอเป็นแบบ Timeline เพราะเป็นการเล่าเรื่องที่ทำให้เห็นจุดเกิดของเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละข่วงเวลานั้นๆ เห็นภาพได้อย่างต่อเนื่อง และเข้าใจได้ง่าย หรือต้องการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่มีทั้งหมดของบริษัท

6.ออกแบบจัดทำ

เมื่อเราได้วิธีการเล่าเรื่องแล้ว ก็นำมาสู่ขั้นตอนในการออกแบบหน้าตาของ Infographic ซึ่งหัวใจของ Infographic คือการแปลงข้อมูลตัวอักษร ออกมาให้เป็นรูปภาพ ดังนั้น ในการออกแบบจึงจำเป็นจะต้องออกแบบภาพให้เข้าใจง่าย และสื่อความหมาย ไม่ควรใช้ภาพที่มีรายละเอียดมากจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ยากต่อการจดจำ ซึ่งรูปแบบภาพที่เป็นที่นิยม คือการใช้ไอคอน หรือภาพกราฟิกที่ไม่ซับซ้อน

7.เผยแพร่

ในการเผยแพร่ Infographic ในปัจจุบันก็มักจะนำเสนอในรูปแบบออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเข้าถึงได้ง่าย สามารถ Like หรือ Share ข้อมูลไปได้อย่างรวดเร็วผ่านทาง Social Media ดังนั้น เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ควรมีการตั้ง Caption หรือคำโปรยภาพให้น่าสนใจ อ่านเพิ่มเติม 7 ขั้นตอนการสร้างอินโฟกราฟิก

ความหมายของการตลาด การตลาดกับการสร้าง

ความหมายของการตลาด

ความหมายของการตลาด

ความหมายของการตลาด สมาคมการตลาดแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำจำกัดของคำว่า”Marketing”ไว้ดังนี้

การตลาด คือ การกระทำกิจกรรมต่างๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให้เกิดการนำสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการนั้นๆ ให้ได้รับความพึงพอใจ ขณะเดียวกัน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ

องค์ประกอบของการตลาด

1.มีสิ่งที่จะโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ คือ สินค้าหรือบริการ

2.มีตลาด คือ ผู้ชื้อที่ต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ

3.มีผู้ขายสินค้าหรือบริการ

4.มีการแลกเปลี่ยน

ตลาดตามความหมายของบุคคลทั่วไป

ตลาด หมายถึง สถานที่ ที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน สถานที่ผู้ซื้อผู้ขายจะไปตกลงซื้อขายสินค้ากัน

ตลาดตามความหมายของนักธุรกิจหรือนักการตลาด

ตลาด คือ บุคคล หน่วยงาน องค์กรที่มีความคิดที่จะซื้อสินค้า มีอำนาจซื้อ และมีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ

 ความสำคัญของการตลาด

                   การตลาดมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษย์ ในสังคม ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกันอย่างเป็นระบบในสังคมมนุษย์แต่ละคน สามารถประกอบ อาชีพที่ ตนเองถนัดและได้ใช้ความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคลได้ อย่างเต็มกำลังความสามารถ และการตลาดมีบทบาทอย่างใหญ่หลวงต่อความเจริญเติบโต และพัฒนาการทางเศรษฐกิจของ ประเทศ เนื่องจากการตลาดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการวิจัย และพัฒนาหาสิ่งแปลกใหม่ มาสนองความ ต้องการของตลาดและสังคม ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาส เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้หลายทางและ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการ  สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภค

1.  การตลาดเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน  การดำเนินการตลาดของธุรกิจจะทำให้ผู้ผลิตกับผู้บริโภคเข้ามาใกล้กัน และสร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้บริโภคด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค จนทำให้เกิดการ แลกเปลี่ยนในระดับผู้ซื้อและผู้ขายเกิดความพึงพอใจ

                   2.  การตลาดเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค การดำเนินการทางการตลาดทำให้ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองและสร้างความ พึงพอใจให้กับผู้บริโภคได้ ด้วยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับภาวการณ์ สถานภาพ ของผู้บริโภคด้วยการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในปริมาณ ในเวลา ในสถานที่ที่ผู้บริโภคต้องการ ในราคา ที่ผู้บริโภคมีกำลังการซื้อ และโอนความเป็นเจ้าของได้ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค

3.  การตลาดเป็นตัวผลักดันให้มีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์     ด้วยแนวคิด ของการตลาด  ในการมุ่งสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค และรับผิดชอบต่อสังคม ผลักดันให้ผลิตต้องพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ์ให้ตรงต่อความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค  ตลอดจนจูงใจผู้บริโภคด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ 

4.  การตลาดเป็นกลไกในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ   ด้วยการก่อให้เกิดการบริโภคและการพึ่งพากันอย่างเป็นระบบมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับ
ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ การสร้างความต้องการและการสนองความต้องการในการบริโภค ผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ คือเกิดการจ้างงาน เกิดรายได้ เกิดการบริโภค และเกิดการใช้แรงงาน ซึ่งจะมีการพึ่งพากันและเชื่อมโยงไหลเวียนตามลำดับอย่างเป็นระบบ 

ความสำคัญของการตลาดอาจจำแนกให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นโดยพิจารณาจากการตลาดมีความสำคัญ   ต่อสังคมและบุคคลดังนี้

1.ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของบุคคลในสังคมให้สูงขึ้น

2.ทำให้พฤติกรรม อุปนิสัย ความเชื่อ ค่านิยมและลักษณะการดำรงชีพของบุคคล ในสังคมเปลี่ยนไป

3.เกิดอาชีพต่าง ๆ แก่บุคคลในสังคมเพิ่มมากขึ้น

นอกจากความสำคัญต่อบุคคลและสังคมแล้ว การตลาดยังมีความสำคัญต่อระบบ เศรษฐกิจโดยตรงดังนี้

1.ช่วยให้รายได้ประชากรสูงขึ้น

2.ทำให้เกิดการหมุนเวียนของปัจจัยการผลิต

3.ช่วยสร้างความต้องการในสินค้าและบริการ

4.ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของเศรษฐกิจ

5.ให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ

อ่านเพิ่มเติม ความหมายของการตลาด การตลาดกับการสร้าง

5 เทคนิคการทำ SEO ง่ายๆ ที่สามารถเริ่มได้ทันที

การตั้งชื่อบทความ หรือ Tilte เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

การตั้งชื่อบทความ  ชื่อของบทความควรต้องสามารถบอกเนื้อหาหลักของบทความได้ทันที ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากเพราะเป็นส่วนแรกที่ทั้ง Google และผู้อ่านเห็นและจะทำความเข้าใจว่าบทความนี้พูดถึงอะไร ซึ่งโดยปกติชื่อบทความจะถูกนำไปแสดงบนผลการค้นหาด้วย นั่นจึงเป็นส่ิงสำคัญมากที่ชื่อของบทความควรจะต้องมี หลักที่เราต้องการให้เว็บไซต์ของเราไปแสดงผลเวลามีคนค้นหาคำๆนั้น ยกตัวอย่างเช่นเวลามีคนค้นหาความว่า “ติดตั้ง Google tag manager” ในชื่อบทความก็ควรจะต้องมีคำนี้รวมอยู่ด้วย เทคนิคที่สำคัญอีกอย่างในการตั้งชื่อชื่อบทความคือ จะต้องสื่อสารให้ตรงกับความต้องการของผู้อ่านมากที่สุด คือเมื่ออ่านชื่อบทความแล้วต้องทำให้รู้สึกอยากคลิ้กเข้าไปอ่านต่อ จากตัวอย่างด้านล่างจะเห็นว่า ชื่อบทความที่แสดงผลอยู่จะมี keyword ที่ถูกค้นหารวมอยู่ด้วย

 

google-search-result
ชื่อบทความจะแสดงผลอยู่ในผลการค้นหา การตั้งชื่อบทความจึงควรจะต้องมีคึย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับคำค้นหารวมอยู่ด้วย

ย่อหน้าแรกควรต้องมี Keyword หลักของเนื้อหา

เช่นเดียวกันกับข้อหนึ่ง ส่วนนี้เป็นส่วนแรกๆ ที่ผู้อ่านและ Google จะเห็นและทำความเข้าใจเนื้อหาหลักได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรเป็นเนื้อหาที่เจาะเข้าประเด็นหลักของบทความและมีความน่าสนใจที่จะชวนให้ติดตามอ่านต่อจนจบให้ได้ ส่วนนี้สำหรับคนที่สร้างเว็บไซต์จาก WordPress ถือว่ามึความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ย่อหน้าแรกมักจะถูกนำไปแสดงอยู่บนผลการค้นหาด้วย (ดูจากภาพด้านบนจะเห็นว่ามี Keyword รวมอยู่ในรายละเอียดใต้ชื่อบทความ) ดังนั้นแล้วทั้งข้อ 1 และ 2 นี้มีผลโดยตรงกับความน่าสนใจของบทความ ผู้ที่ค้นหาจะคลิ้กเข้าไปอ่านบทความหรือไม่นั้น สองส่วนนี้มีความสำคัญมากที่สุด

ความยาวของเนื้อหา

ส่วนนี้ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะเวลาที่ใช้อ่านบนเว็บไซต์นั้นมีผลต่ออันดับด้วย การมีเนื้อหาที่ดีนั้นโดยปกติก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้ที่มีความยาวแค่ 10 หรือ 20 บรรทัดอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญสำหรับเนื้อหาที่มีความยาวนั่นก็คือ จะต้องยาวแบบมีคุณภาพด้วย ไม่ใช่ยาวแบบน้ำท่วมทุ่ง วกไปวนมา อ่านไม่รู้เรื่อง ในผลการวิจัยต่างประเทศนั้นมีตัวเลขที่ชัดเจนว่าส่วนใหญ่เว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรก มักจะมีเนื้อหาที่มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 1,890 คำ

word-count-seo-ranking

การมี Link ไปยังบทความอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ 

การทำ SEO มักจะพูดกันแต่การทำ Backlink (inbound link) แต่จริงๆ แล้วการลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันกับเนื้อหาในเนื้อนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรทำ เพราะนอกจากจะทำให้ User ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมแล้ว Google เองยังสามารถที่จะเข้าใจบริบทของเนื้อหาบนเว็บไซต์เราได้ดียิ่งขึ้นด้วย

การตั้งชื่อไฟล์ภาพ และการเพิ่ม Caption หรือ Alt text ให้กับรูปภาพทุกรูป

เนื่องจาก Google ยังไม่สามารถทำความเข้าใจความหมายของรูปภาพได้ ดังนั้นการตั้งชื่อไฟล์ภาพ การใส่ชื่อภาพ และคำขยายความของภาพจึงเป็นเรื่องทำสำคัญที่จะทำให้ Google เข้าใจว่าเรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เทคนิคที่คนทำ SEO ส่วนใหญ่ทำกันคือ การใส่ Keyword ของหน้าๆ นั้นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคำขยายความภาพด้วยเพื่อเป็นการทำให้มีปริมาณ Keyword ในหน้านั้นหนาแน่นมากยิ่งขึ้น ข้อดีอีกอย่างของการใส่ Caption และ Alt text นั้นก็คือจะทำให้ภาพนั้นอยู่ในผลการค้นหาแบบ Image ได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ จากตัวอย่าง ลองค้นหาคำว่า “ติดตั้ง google tag manager” ก็จะมีภาพจากเว็บไซต์ googleanalyticsthailand ไปแสดงผลอยู่ด้วย

 

google-image-search-result

อ่านเพิ่มเติม 5 เทคนิคการทำ SEO ง่ายๆ ที่สามารถเริ่มได้ทันที